เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒๙ ธ.ค. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นสัจธรรมที่เราแสวงหาเพื่อความมั่นคงของชีวิตนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยวิมุตติสุขๆ ไง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านประพฤติปฏิบัติของท่านถึงที่สุดแห่งทุกข์นะ ท่านอยู่ในป่าในเขาของท่าน ท่านมีความสุขความสงบของท่าน มีวิหารธรรมในหัวใจ

ไอ้เราต้องการสันติภาพๆ ไง เวลาต้องการสันติภาพนะ เวลาเกิดสงครามทางชายแดนน่ะ เขาบอกว่าของเขา เขาไว้ใจไม่ได้ เขาผิดศีลผิดธรรม เขาไม่มีความสัตย์ เขาไว้ใจอะไรไม่ได้

เราหาสันติภาพจากภายนอก ถ้าภายนอกมันเป็นอย่างนี้ แล้วภายนอกมันเป็นปัญหาสังคมไง เพราะปัญหาสังคม ทุกคนก็มีสติปัญญาด้วยทางวิชาการ ถ้าทางวิชาการ ทำนู่นก็ไม่ได้ ทำนี่ก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้ทั้งนั้นน่ะ

เวลาเป็นธรรมๆ เราเสียสละ เราให้ทานเพื่อความสงบระงับ แล้วให้เขา เขาพอใจไหมล่ะ เพราะเขาไม่พอใจ เพราะเขาจะเอาทั้งหมดเลย แล้วจะเอาชีวิตด้วย

ฉะนั้น เวลาถ้ามันเป็นธรรมๆ ไง เวลาสันติภาพ สันติภาพภายนอกและสันติภาพภายใน สันติภาพภายนอก มันมีเลห์มีกล มีพลิกมีแพลง มหัศจรรย์ทั้งนั้นน่ะ เราต้องเท่าทันทางโลกเขา ถ้าทางโลกเขามันมีกิเลสตัณหาความทะยานอยากไง เวลาความลึกลับซับซ้อนของหัวใจของคน มันเชื่อใจใครไม่ได้ทั้งสิ้น

เวลามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา เขาให้มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา ความเชื่อพระพุทธศาสนาเพราะอะไร เพราะเรามีหัวใจของเราไง จิตวิญญาณ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฎฏะไง ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ไง ถ้าเรามีศรัทธาความเชื่อ มันจะศึกษาค้นคว้าเข้ามาหาภายในไง

ภายในแล้วภายนอก ภายนอกเป็นเรื่องของประเพณีวัฒนธรรม แล้วเวลาเกิดศึกเกิดสงครามนะ นั่นก็ทำไม่ได้นะ มันเป็นบาปเป็นกรรม นู่นก็ทำไม่ได้

เราถึงพูดเวลาโครงการช่วยชาติฯ ไง โครงการช่วยชาติฯ เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านมากู้ชาติ

“ไม่ได้ ไม่ใช่กิจของสงฆ์ ไม่ใช่กิจของสงฆ์”

มันไม่ใช่กิจของสงฆ์สำหรับพวกเรา เพราะเรากิเลสมันเยอะ มันเอาโครงการช่วยชาติฯ มาบังหน้า แล้วจะหาผลประโยชน์ของมัน ทั้งวัตถุและทั้งชื่อเสียง

แต่ผู้ที่เป็นธรรมๆ ท่านบอกว่า โลกมันเรื่องของขยะ เรื่องของสังคม ถ้าเป็นธรรมๆ แล้วยอม ยอมเข้ามาเกลือกกลั้ว เกลือกกลั้วกับทางโลกไง

แต่นี่เราเป็นโลกๆ นะ “ไม่ได้หรอก มันเป็นบาปเป็นกรรมๆ” นี่เรื่องโลกๆ ไง

สันติภาพจากภายนอก มันเป็นบาปเป็นกรรมเพราะมันเป็นความเหลื่อมล้ำ พอเหลื่อมล้ำ เห็นไหม เวลาชาวบ้านทางชายแดนบอกว่า ไว้ใจไม่ได้ ทำไร่ไถนาไม่ได้เลย มันเอาปืนมาขู่ เอาปืนมาไล่เลย เพราะอะไร

เพราะเขาเป็นทหารบ้าน ชาวบ้านเป็นทหาร ทหารเป็นชาวบ้าน เวลาเขาทำไร่ไถนาไป เขาสะพายปืนไปด้วย

ไอ้ของเราเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรม มีคุณธรรม ทหารต้องอยู่ในกรมในกอง เวลาจะพกอาวุธออกมาก็ต้องขออนุญาต ไอ้ชาวบ้าน ชาวบ้านเขาเป็นพลเรือน พลเรือนทำให้เขาข่มขี่ข่มเหง เวลาทหาร ตำรวจ ถ้าจะมีอาชีพเสริม อาชีพเสริมก็อาชีพของเขา ถ้าเป็นทหารก็ต้องเป็นทหาร นี่คนที่ซื่อตรงไง

มันเทียบกันไม่ได้หรอก มันเทียบกันไม่ได้ตั้งแต่กติกา ตั้งแต่ที่เขาเอารัดเอาเปรียบ

เขาไม่มีกติกาอะไรเลย ไอ้ของเรามีกฎมีกติกาไปหมดน่ะ

สิ่งนี้สันติภาพจากภายนอก

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เราเกิดมาในประเทศอันสมควร การเกิด เกิดที่ไหน แต่การเกิดจริงๆ เกิดจากพ่อจากแม่ พ่อแม่เป็นสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรม คุ้มครองดูแลลูกหลานของเราให้เป็นคนดีงาม พ่อแม่ไม่ต้องการอะไรเลย ต้องการให้ลูกเราเป็นคนดี แล้วให้มีความสุขของเราขึ้นมา

แล้วมีศีลมีธรรม ถ้ามองในสายตาทางโลกไง ไอ้พวกนี้พวกยอมจำนน ไม่ยอมทำอะไรเลย

ทำ แต่ทำในขอบเขตของรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทำเพื่อคุณงามความดีของเรา เราทำเพื่อคุณงามความดีของเรา ถ้าเรามีอำนาจวาสนาของเรา ทำคุณงามความดีขนาดไหนก็ทำมาแล้ว

ครูบาอาจารย์ของเรา สิ่งใดก็ทำมาแล้วไง ถ้าทางโลกทำสิ่งใดก็ทำได้ แล้วทางธรรมล่ะ บังคับหัวใจของตนให้สงบระงับก็ได้

คนที่มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนานะ เขามีศรัทธาความเชื่อของเขา เรารักษาดูแลหัวใจของเขาได้

ไอ้ของเรา เราก็มีความเชื่อในพระพุทธศาสนา แต่ทำไมหัวใจเรามันดิ้นมันรนขนาดนี้ล่ะ

สันติภาพ สันติภาพจากหัวใจของตน

ถ้าหัวใจของตนนะ นิ้วมือเราไม่เท่ากัน สังคมก็ไม่เหมือนกัน สังคมก็แตกต่างกันไป ถ้าสังคมแตกต่างกันไป ถ้าเรามีอำนาจวาสนาขึ้นมา เรายึดหลักศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ถ้ามีศีลมีธรรมของเราขึ้นมา เราระลึกของเรา แม้แต่ศีล เวลาถือก็แตกต่างกันไป คนนั้นเข้มข้นเกินไป คนนั้นเบาบางเกินไป นี่จริตนิสัย

สันติภาพจากภายนอก มันเป็นแค่วัฒนธรรม เป็นแค่กรอบที่เราจะอยู่ด้วยกันด้วยความสงบร่มเย็น สันติภาพที่แท้จริงขึ้นมา เราต้องหาความสงบในใจของตนให้ได้ แล้วหาความสงบในใจของตนให้ได้ ไปวัดไปวา ไปวัดที่ แหม! วิจิตรพิสดาร โอ้โฮ! มหัศจรรย์

ไปวัดหลวงปู่มั่นไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรเลย

ใครมาที่นี่ เขาบอกว่ามีแต่ต้นไม้กับใบไม้

ต้นไม้กับใบไม้นั่นอาหารนะ อากาศนะ ข้อวัตรปฏิบัตินะ สร้างพระอริยบุคคลขึ้นมาแล้วมหาศาล เพราะอะไร เพราะเขามีสันติภาพจากภายใน ถ้าภายในเขาสันติภาพ เขาเห็นคุณค่าไปหมดน่ะ เขาเห็นคุณค่าไง

ไอ้เราไปตื่นเต้นกับแสงสีเสียงภายนอกไง นี่ส่งออกทั้งหมดน่ะ กรรมฐานทั้งนั้นน่ะ เทศบาลหนึ่ง เทศบาลสอง ไปคลุกไปคลี คลุกคลีตีโมงนั่นน่ะ พระกรรมฐาน พระมหัศจรรย์ ครูบาอาจารย์อยู่ในป่าในเขาไร้ค่า

หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดถึงหลวงปู่มั่นไง ถ้าพูดถึงทางโลกนะ เศษผ้าขี้ริ้ว ถ้าพูดถึงทางธรรม เศรษฐีธรรม

ไอ้พวกเราชอบเศษผ้าขี้ริ้ว ไอ้พวกผ้าขี้ริ้วที่เขาทิ้งแล้วเขาเช็ดเท้านั่นน่ะชอบ ชอบคลุกคลีตีโมงไง จะหาสันติภาพ สันติภาพยังทำไม่ได้เลย เอ็งยังไม่รู้จักที่ไหนเป็นสันติภาพ สันติภาพเกิดที่ไหน

เวลาจะเกิด เกิดในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โคนต้นโพธิ์นั้น อาสวักขยญาณทำลายอวิชชา ทำลายพญามารในหัวใจสิ้นไปทั้งหมดในหัวใจของตน

นี่ไง พรรคคอมมิวนิสต์ เราเคยเจออยู่ในป่า เขาบอกว่าคอมมิวนิสต์คนแรกคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสมอภาค ภราดรภาพ

เราเถียงมันเลย ไม่ใช่

เราธุดงค์นะ เราธุดงค์ไป เราไปอยู่กับพวกสหายทั้งนั้นน่ะ เพราะในป่ามันมีแต่สหายไง แล้วโต้แย้งกันมาตลอด เราผ่านเรื่องนี้มาเยอะ

แล้วเขาบอกว่าคอมมิวนิสต์คนแรกคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไอ้ชาวพุทธก็นอนไปเลย กูเชื่อมึง กูเป็นคอมมิวนิสต์ไปด้วย

ไม่มีหรอก ความเสมอกันด้วยนิ้วมือไม่มี นิ้วมือของคนไม่เท่ากันหรอก ความคิดของคนไม่เหมือนกันทั้งนั้น คนที่มีสติปัญญาของเขา เขาเป็นผู้นำที่ดีงามของเขา ไอ้พวกเราผู้ที่ดีงามเขาคุ้มครองดูแลเรา บุญกุศลมากมายมหาศาล

ฉะนั้น เวลาจะเถียงกันด้วยทิฏฐิมานะของคนมันร้อยแปดพันเก้าทั้งนั้นน่ะ ฉะนั้น ย้อนกลับมาภาคปริยัติ ศึกษาเล่าเรียนมาก็มาอ้างอิง พออ้างอิงขึ้นมาแล้ว ทรงจำธรรมวินัย ก็เอ็งจำมาทั้งนั้นน่ะ เวลาภาคปฏิบัติขึ้นมานี่ยิ่งร้อยแปดเลย

ฉะนั้น มันต้องมีครูบาอาจารย์ที่ดีงาม หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นไง

แก้จิต แก้จิตแก้ยากนะ จิตเป็นอย่างไร

ไอ้นู่นก็ทำไม่ได้ ไอ้นี่ก็ทำไม่ได้

เอ็งทำเข้ามาเถอะ ตามจริตนิสัยของตน ในวงของศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๒๒๗ แล้วถ้ามันเป็นความสงบของมันเข้ามาได้ ฌานเป็นอจินไตย ๔ ความรู้สึกเป็นอจินไตยเลยล่ะ เพราะมันเป็นอจินไตยไง มันถึงต้องมีครูบาอาจารย์บอกว่าอจินไตยแค่ไหนวะ

เขาว่านิพพานเป็นอจินไตย

อจินไตยตรงไหน นิพพานเป็นของจริง มันของที่ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ ดับขณะที่มันดับ มันเป็นอจินไตยตรงไหน ถ้าเป็นอจินไตย สิ่งที่ว่าพระอรหันต์ก็ต้องโต้แย้งกันตลอดสิ

พระอรหันต์ถึงที่สุดแห่งทุกข์จบหมดน่ะ นี่มันเป็นอจินไตยตรงไหน เพราะถ้าเป็นอจินไตยมันรู้ไม่ได้สิ พุทธวิสัยอย่างนี้ใครจะรู้ได้ พุทธวิสัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โลก กรรม ฌาน

แต่เวลามันเป็นจริงขึ้นมานะ หลวงปู่มั่นแก้จิต แก้จิต แก้จิต นี่ไง อจินไตยตรงไหน กูจะพูดกับมึงนี่ ไหนอจินไตย มึงว่ามา

พูดไม่ได้ ว่าไม่ได้ไง

“สันติภาพ บรรลุธรรม เหลื่อมล้ำแตกต่างกัน นิพพาน”

ไม่มีหรอก

ขณะจิตคือนิโรธ เรื่องของการดับทุกข์ มันดับอย่างไร แสวงหาสันติภาพไง สันติภาพมันเกิดที่ไหน

สันติภาพภายนอก เซ็นสัญญา สงครามโลกเซ็นมาแล้วหลายรอบนะ เซ็นสัญญาทั้งนั้นน่ะ สหประชาชาติไง มีความทุกข์ความยาก ร้องสหประชาชาติ มันกดขี่ข่มเหง

สหประชาชาติตัวคอร์รัปชันเลย เงินน่ะเท่าไร สหประชาชาติ ใครจะแก้ใคร

สันติภาพหาที่เรานี่ หาที่หัวใจดวงนี้ แล้วมองโลกแล้วมันสังเวช ถ้ามันสังเวชนะ ทุกคนไปแก้ไข ทุกคนเป็นคนดีเป็นไปไม่ได้

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เห็นไหม เราจะบังคับให้ทุกคนเป็นคนดี เป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องให้คนดีมีอำนาจปกครองคนชั่ว

คนชั่วปกครองไม่ได้ ดูสิ มันเป็นฐานบ้านน่ะ ออกรบนะ เอาเมียมาด้วย เมียเป็นคนใส่กระสุน ลูกหลานเต็มไปหมด ไอ้เราทำได้ไหม เราทำกันไม่ได้หรอก นี่ไง เหลื่อมล้ำ ชนชั้น เหลื่อมล้ำชนชั้นด้วยหัวใจไง

ชายแดนจะพูดตลอด มันไว้ใจไม่ได้ มันไถนา มันมีเอ็มสิบหก มันมีอาก้า มันข่มมันขี่ เราต้องหนีมันนะ ทหารเราอยู่ในกรมในกอง เวลาร้องเรียนต้องขออนุญาตนะ เจ้านายไม่ให้ออก ออกไม่ได้ กว่าเขาจะมาช่วย มันยึดไปหมดแล้ว

เวลาจะเอาจริงเอาจังขึ้นมานะ นี่กติกาไง ถ้ามันกติกาก็คือกติกา ถ้าอยู่กับโลกเราต้องฉลาด ต้องเข้าใจ แล้วต้องเห็นใจ ทุกคนเห็นใจทั้งนั้นน่ะ ผู้ที่เสียสละนะ ขอบคุณ ขอบคุณรั้วของชาติ เขาป้องกันให้เราปลอดภัย แล้วถึงจะมีสิ่งใด เขาก็รับการต่อต้าน รับปะทะไปก่อน

เพราะการเกิดเป็นมนุษย์ไง พระพุทธศาสนา ตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เผยแผ่ธรรมๆ ไป พระพุทธศาสนา สองร้อยปี สามร้อยปี มีการขัดแย้งในอินเดียทั้งนั้นน่ะ สี่ร้อย ห้าร้อยปี หมดไปจากอินเดียนู่นน่ะ

แล้วมาอยู่ทางชนบท องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้สงฆ์ปกครองสงฆ์

สงฆ์คือใคร

สงฆ์คือบริษัท ๔ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา อุบาสก อุบาสิกาก็สามารถที่จะบวชหัวใจก็ได้ จะบวชเป็นพระเพื่อฝึกหัดปฏิบัติก็ได้ ถ้าบวชใจๆ ก็บวชให้มันเป็นธรรม แสวงหาสันติภาพไง ถ้าบวชเป็นพระๆ เพราะจิตใจเรายังไม่สันติภาพ เราก็บวชเป็นพระ เป็นนักรบไง รบกับใคร ก็รบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตนไง

ถ้ามันรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน ถ้ามันเป็นสันติภาพขึ้นมา สัมมาสมาธิ เอ็งยังแก้กิเลสไม่ได้หรอก เพราะพระพุทธศาสนา ใจดวงใดไม่มีมรรค ใจดวงนั้นไม่มีผล

ถ้าใจมันเป็นมรรค มรรค ดำริชอบ งานชอบ เพียรชอบ มันชอบธรรมของมันขึ้นมา นี่มันแสวงหาสันติภาพแท้จริงด้วยมัคโค ทางอันเอกในสายกลางพระพุทธศาสนา มีพระพุทธศาสนาเท่านั้นที่มีหนทางที่จะชำระล้างกิเลส

ลัทธิศาสนาใดเขาไม่เคยพูดถึงกิเลสเลยนะ เขาพูดถึงแม่มด พูดถึงซาตาน เขาพูดถึงไง

แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาร มารมีลูกสาวสามคน ลูกสาว มีลูกมีหลาน เวลาชำระล้างกิเลส เรือนสามหลัง ความโลภ ความโกรธ ความหลง มันมีเรือนยอด มีอวิชชา มีความไม่รู้ เวลาหักเรือนยอดในเรือนสามหลังนั้น เห็นไหม มาร

ไม่มีลัทธิศาสนาไหนบอก มีพระพุทธศาสนานี้เท่านั้นนะ แล้วพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ชี้ทางไง เพราะอะไร

เพราะเรือนสามหลังก็อยู่ในหัวใจดวงนั้น เรือนสามหลังมันครอบงำหัวใจดวงนั้น อวิชชาอยู่ที่ฐีติจิต อยู่ที่หัวใจของคน เพราะมันครอบงำหัวใจของคน ใจดวงนั้นถึงเกิดเป็นเทวดา เป็นอินทร์ เป็นพรหมไง

ดูเทวดารบกันสิ รามเกียรติ์น่ะ โขนมันรบกันนั่นน่ะ ดูเทวดาเป็นบุญกุศล ทำไมมารบกันล่ะ

เพราะเขาทำบุญแล้วเขาไปเกิดเป็นเทวดา แต่จิตใจเขามีมาร มีการแก่งแย่ง มีความยิ่งใหญ่ไง เพราะว่าฐีติจิตไง เพราะจิตเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไง เพราะมันมีครอบครัวของมารไง

พระพุทธศาสนา แสวงหาสันติภาพ สันติภาพนะ ถ้าจิตมันสงบระงับเข้ามา นั่นน่ะความเสมอภาค ความเสมอภาคขึ้นมาแล้วถ้ามันเห็นสติปัฏฐาน ๔ เห็นกิเลส นั่นแน่

จะแสวงหาสันติภาพ ถ้ายังไม่เกิดสงคราม สันติภาพจะเกิดที่ไหน

สงครามธาตุ สงครามขันธ์ สงครามระหว่างธรรมะที่เป็นมรรค เป็นหนทางอันเอกจะชำระล้างกิเลสในหัวใจของตน งานนี้งานที่ยิ่งใหญ่นัก

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสั่งพระอานนท์ไว้ไง

“อานนท์ เธอบอกชาวพุทธนะ ให้ปฏิบัติบูชาเราเถิด”

การปฏิบัติบูชาคือการแสวงหาสนามรบ การแสวงหาสัจจะความจริงในใจของตน แล้วถ้าเกิดธรรมๆ เกิดกองทัพธรรม กองทัพธรรมกับกองทัพกิเลสจะเข้าสัปปยุตกันในหัวใจของตน มันมหัศจรรย์

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านถึงเป็นครูบาอาจารย์ที่ดีงามที่คุ้มครองดูแลพวกเรามาไง ถ้าดูแลพวกเรามา พระพุทธศาสนาถึงแวววาวขึ้นมาอีกหนหนึ่งไง

นี่ไง ถ้าทางโลกๆ เป็นผ้าขี้ริ้ว เอาสังคมไว้เช็ดเท้า ดูถูกดูแคลน พระป่าเถื่อน พระไร้สาระ ขุนนางอยู่ในเมือง จะแสวงหาสันติภาพ

ทำอะไรก็ไม่ได้นะ มันเป็นบาปเป็นกรรม หลวงตาพระมหาบัวจะกู้ชาติก็ไม่ได้นะ มันเป็นบาปเป็นกรรม มันไม่ใช่กิจของสงฆ์

เวลาส่งเสริม เราเพื่อศาสนจักร อยู่บนอาณาจักร อาณาจักรที่ล่มไปแล้วไง อินเดียก็สูญสลายไปแล้ว นี่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่

ถึงเวลามันสูญสลายไป สูญสลายไปพระพุทธศาสนา มันเป็นลัทธิศาสนาอื่นมายึดครอง สุดท้ายแล้วเราก็ไปฟื้นฟูกันไง

นี่ก็ปล่อยไง นี่ก็ไม่ได้ นู่นก็ไม่ได้ ไม่ได้หมดเลยนะ

ให้มันล่มสลายไปซะ แล้วเรามาฟื้นฟูกันใหม่ ที่มันอยู่แล้วรักษากันไม่เป็น ทำกันไม่ได้ เพราะกิเลสมันยิ่งใหญ่ ถ้ากิเลสมันอนุญาต ได้ทั้งนั้นน่ะ ถ้าเป็นธรรมนะ ยอมไม่ได้

สิ่งที่แสวงหาสันติภาพ เราไปวัดไปวา วัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ไอ้ที่อยู่อาศัยแค่คุ้มหัว

หลวงตาพระมหาบัวท่านบอก มีหลังมีอะไร ที่ไหนก็นอนได้

หาอยู่หากินพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ความเพียรอันยิ่งใหญ่ ความเพียรเพื่อหาสันติภาพ ถ้ามันเกิดสงครามธาตุ สงครามขันธ์ เราจะภาวนาเป็น

ถ้าไม่เกิดสงครามธาตุ สงครามขันธ์ กิเลสมันพลิกเข้าไปอีก ภาวนาแล้วบรรลุธรรม ไม่ต้องทำอะไรเลย เรียบง่าย ไอ้พวกนั้นเป็นพวกขี้ครอก ไอ้พวกเราพวกขุนนาง ไอ้พวกเรามันพวกยิ่งใหญ่

สันติภาพเกิดไม่ได้หรอก เพราะไม่เกิดสงครามธาตุ สงครามขันธ์ ไม่เกิดมรรคญาณ ไม่เกิดสัจธรรมความเป็นจริง มันหลอกลวงเอ็งในหัวใจของเอ็ง เอวัง